The Middle·Office Desk
แผงบัตรตอกเวลาข้างประตู

ไฟเพดานของออฟฟิศดับลงทีละโซนตอนหนึ่งทุ่มตรง เริ่มจากฝั่งหน้าต่างที่ไม่มีใครนั่งแล้ว ไล่เข้ามาทางโต๊ะแถวกลาง เหลือไว้แค่แถวไฟเหนือทางเดินไปประตูกระจก แอร์ส่วนกลางหยุดเป่า ได้ยินเสียงตู้เย็นในมุมพักทานข้าวชัดขึ้นมาทันที เครื่องถ่ายเอกสารที่ค่อย ๆ เย็นตัวลงดังกริ๊กเบา ๆ เป็นพัก ๆ จอคอมพิวเตอร์สองสามเครื่องที่ยังไม่ได้ปิดเปลี่ยนภาพพักหน้าจอไปเรื่อย ๆ ในความมืด
ข้างประตูกระจกมีเครื่องสแกนหน้าติดผนังอยู่ระดับสายตา ถัดไปเป็นแผงไม้ใส่บัตรตอกเวลา ช่องเรียงกันสี่แถว แถวละสิบห้าช่อง ป้ายชื่อใต้ช่องพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดบนกระดาษที่เหลืองจนตัวหนังสือซีด บางช่องมีสติกเกอร์ชื่อใหม่แปะทับ บางช่องไม่มีป้ายแล้ว ในช่องตอนนี้มีบัตรจอดรถของแขก กุญแจห้องประชุมผูกพวงพลาสติกสีเหลือง ซองจดหมายเขียนหน้าซองว่าฝ่ายบัญชี ใบเสร็จค่าน้ำแข็งที่หนีบรอเบิก ช่องล่างสุดมีบัตรกระดาษสีครีมใบเดียวยังเสียบอยู่ ขอบบนงอเป็นมุมเล็ก ๆ
เครื่องตอกบัตรถูกถอดออกไปหลายปีแล้ว แต่แผงไม้ไม่มีใครถอดตาม ช่องพวกนั้นยังถูกใช้ทุกวัน ของเข้าไปตอนเช้าแล้วออกมาตอนบ่าย ของบางชิ้นอยู่แค่ชั่วโมงเดียว บางชิ้นอยู่เป็นอาทิตย์ แค่ไม่มีใครต้องมายืนต่อแถวหน้ามันอีกแล้ว
กระเป๋าเอกสารหนักกว่าตอนเช้า เพราะมีแฟ้มที่ต้องอ่านต่อที่บ้านใส่เพิ่มเข้าไป ถุงกล่องข้าวที่ว่างแล้วห้อยอยู่ที่นิ้วเดียวกัน เดินเข้าไปใกล้ จอสแกนสว่างขึ้นเอง กรอบสีเขียวจับหน้าไว้ครึ่งวินาที มีเสียงสัญญาณสั้น ๆ ตัวเลขเวลาขึ้นบนจอแล้วหายไป มือยื่นออกไปทางแผงไม้โดยไม่ได้คิด แล้วก็เสียบกุญแจห้องประชุมที่ยืมไปตอนบ่ายคืนลงช่องเดิม
ตอนที่เครื่องตอกบัตรยังอยู่ เสียงกระแทกของมันดังเป็นชุด ๆ ตอนแปดโมงกับตอนห้าโมงเย็น แถวคนต่อยาวจากแผงไปถึงตู้กดน้ำ ตัวเลขบนบัตรพิมพ์ออกมาเป็นหมึกสีม่วง ถ้ามาช้ากว่าเวลา ตัวเลขวันนั้นจะออกมาเป็นสีแดง ใครมาถึงคนแรกของวันจะได้ยินเสียงกระแทกของตัวเองดังอยู่คนเดียวในออฟฟิศที่ยังไม่เปิดไฟ
ประตูกระจกปิดลงช้า ๆ ตามแรงโช้ค ไฟแถวสุดท้ายเหนือทางเดินยังเปิดทิ้งไว้ให้พนักงานทำความสะอาดที่จะขึ้นมาตอนสองทุ่ม จอสแกนดับลงเองหลังไม่มีใครยืนอยู่ตรงหน้า เหลือจุดไฟสีแดงเล็ก ๆ ที่มุมเครื่อง ในแผงไม้ข้าง ๆ พวงกุญแจสีเหลืองยังแกว่งอยู่ในช่องของมันอีกครู่หนึ่งก่อนจะนิ่ง