In-Between·Train Journey
ระหว่างสถานี

รถไฟชะลอลงกลางทุ่ง เสียงล้อที่เคยดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอค่อย ๆ ห่างออกจากกัน แล้วเงียบลงจนได้ยินเสียงลมผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดค้างไว้ ข้างนอกเป็นทุ่งที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จ มีนกลงหากินอยู่เป็นกลุ่ม ไกลออกไปมีเสาไฟฟ้าเรียงกันไปจนสุดสายตา ในตู้โดยสารมีคนไม่มาก ไม่มีใครลุกขึ้นถาม ไม่มีประกาศจากลำโพง มีแต่เสียงกระเป๋าใบหนึ่งเลื่อนไปกระทบขาเก้าอี้เบา ๆ ตอนรถหยุดสนิท
กระจกหน้าต่างมีรอยขูดเป็นเส้นบาง ๆ หลายเส้นพาดขวางอยู่ตรงระดับสายตา คงเกิดจากอะไรสักอย่างที่ผ่านมานานแล้ว ขอบยางด้านล่างแห้งจนแตกเป็นร่อง มีฝุ่นจับอยู่ในร่องนั้นจนกลายเป็นเส้นสีเทา ผ้าหุ้มเบาะตรงที่พิงหลังสีจางกว่าส่วนอื่น มือจับที่พนักเก้าอี้ด้านหน้าเงาวับตรงกลางจากการถูกจับซ้ำ ๆ ข้างนอกเริ่มมืดลงทีละนิด เงาของคนในตู้ค่อย ๆ ปรากฏบนกระจก ทับซ้อนอยู่กับทุ่งที่อยู่ข้างหลังมัน
ไม่มีใครบอกว่าจะจอดนานแค่ไหน และดูเหมือนไม่มีใครในตู้ต้องการคำตอบนั้นเท่าไหร่ ระหว่างสถานีที่ผ่านมาแล้วกับสถานีที่ยังมาไม่ถึง ไม่มีชื่อเรียก ไม่มีป้ายบอก มันเป็นช่วงที่ไม่ได้อยู่ในตารางเวลาของใคร ภาพสะท้อนบนกระจกก็เป็นแบบเดียวกัน อยู่ทั้งข้างในและข้างนอกพร้อมกัน โดยไม่ต้องเลือกว่าจะเป็นอันไหน
บางทีเราเองก็เคยอยู่ในช่วงแบบนี้ ตอนที่งานเก่าจบไปแล้วและงานใหม่ยังไม่เริ่ม ตอนที่บ้านเก่าเก็บของออกไปหมดแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งมอบ ตอนที่บทสนทนาหนึ่งยังไม่จบแต่ก็ไม่มีใครพูดต่อ เราไม่ได้เรียกช่วงเวลาเหล่านั้นว่าอะไร เพราะมันไม่ใช่ทั้งการจากและการมาถึง มันเป็นแค่ระยะที่ต้องอยู่กับตัวเองไปก่อน
ทางรถไฟสายนี้เคยมีคนนั่งไปด้วยกันมากกว่านี้ ตอนที่ยังต้องไปงานบวช งานแต่ง งานศพ ในจังหวัดเดียวกัน ตู้เดียวกันเคยเต็มไปด้วยของฝากที่วางซ้อนกันอยู่บนชั้นเหนือหัว ทุ่งข้างนอกนี้ก็เคยเป็นสีเขียวทั้งผืนในเดือนอื่น แล้วเปลี่ยนเป็นสีฟางแบบนี้ทุกปลายปี รถไฟขบวนนี้วิ่งผ่านที่เดิมมานาน โดยไม่ได้จำว่าใครเคยนั่งอยู่ตรงไหนบ้าง
แล้วรถก็เคลื่อนอีกครั้งโดยไม่มีสัญญาณอะไรบอกล่วงหน้า เสียงล้อกลับมาเป็นจังหวะเดิมทีละน้อย ทุ่งข้างนอกเริ่มเลื่อนผ่านช้า ๆ แล้วเร็วขึ้น ข้างนอกมืดลงจนเงาบนกระจกชัดกว่าทุ่งที่อยู่ข้างหลังมัน สถานีต่อไปยังอยู่ไกลพอที่จะยังไม่ต้องคิดถึงมันตอนนี้