Near Nature·Rainy Afternoon

น้ำจากชายคา

หยดน้ำฝนร่วงจากขอบชายคาสังกะสีหน้าบ้านไม้ ลานหน้าบ้านเปียก ฝนตกบาง ๆ

กลิ่นดินขึ้นมาก่อนฝนประมาณสิบนาที เป็นกลิ่นที่ไม่ได้มาจากตรงไหนโดยเฉพาะ แต่อยู่ในอากาศทั้งบริเวณ ลมเปลี่ยนทิศแล้วพัดแรงขึ้นเป็นช่วง ๆ ใบไม้พลิกให้เห็นด้านล่างที่สีอ่อนกว่า ท้องฟ้าด้านทิศใต้เข้มขึ้นก่อนด้านอื่น เสียงจากถนนเงียบลงไปพร้อมกัน เหมือนทุกอย่างข้างนอกรู้ล่วงหน้าพร้อมกันหมด แล้วเม็ดแรกก็ลงมากระทบหลังคาสังกะสีของโรงจอดรถ ดังกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเม็ดเดียว

ฝนลงเต็มเม็ดในเวลาไม่ถึงนาที พื้นซีเมนต์หน้าบ้านเปลี่ยนจากสีเทาอ่อนเป็นสีเทาเข้มทีละหย่อม แล้วก็เข้มเสมอกันทั้งผืน น้ำจากชายคาไหลมารวมกันตรงมุมที่ต่ำที่สุด หยดลงมาถี่จนแทบต่อกันเป็นสาย รางน้ำที่ตันด้วยใบไม้แห้งทำให้น้ำล้นออกมาอีกทาง เป็นสายที่สองที่ไม่มีใครตั้งใจให้มี ใบหญ้าริมทางเดินลู่ลงจนติดพื้น แล้วเด้งกลับขึ้นมาทีละใบเมื่อเม็ดฝนผ่านไป

ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องทำ สวนเล็ก ๆ ตรงนี้กำลังได้รับน้ำมากกว่าที่เราให้มันทั้งสัปดาห์ ดินยุบลงเล็กน้อยแล้วอุ้มน้ำไว้จนผิวหน้าเปลี่ยนสี รากที่อยู่ข้างล่างทำงานของมันไปโดยไม่มีใครเห็น ที่ตรงนี้ไม่ได้รอใครมาดูแลขนาดนั้น มันรับสิ่งที่ลงมาแล้วใช้ไปตามจังหวะของตัวเอง เราเป็นคนที่ยืนดูอยู่มากกว่าจะเป็นคนที่ทำอะไรให้มัน

บางทีเราเองก็เคยยืนดูฝนแบบนี้โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้ถ่ายรูป ไม่ได้บ่นว่ารถที่เพิ่งล้างจะเลอะอีกแล้ว ไม่ได้คิดว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง แค่ยืนอยู่ใต้ชายคา มองน้ำที่ไหลไปตามทางของมัน แล้วเวลาช่วงนั้นก็ผ่านไปโดยไม่ต้องถูกใช้ทำอะไร

ฝนห่านี้ตกลงบนหลังคาอื่นพร้อมกันอีกหลายหลัง ลงบนถนนที่ไม่ได้ผ่านมานาน ลงบนสนามโรงเรียนที่ปิดเทอมแล้ว รางน้ำเส้นนี้ตันแบบเดิมทุกปี พอถึงเดือนนี้ก็ต้องขึ้นไปเขี่ยใบไม้ออกอีกครั้ง เป็นงานที่ทำมาหลายปีจนจำวิธีได้โดยไม่ต้องคิด ปีหน้ามันก็คงตันอีก และฝนก็คงมาอีกในเวลาประมาณนี้

ฝนเบาลงเร็วพอ ๆ กับตอนที่มันมา เสียงบนหลังคาสังกะสีห่างออกจนนับเม็ดได้ น้ำจากชายคายังหยดอยู่ แต่เปลี่ยนจากสายกลับมาเป็นหยดทีละหยด ห่างขึ้นเรื่อย ๆ นกตัวหนึ่งกลับมาเกาะที่สายไฟเส้นเดิม ขอบพื้นซีเมนต์ด้านที่โดนแดดเริ่มจางกลับเป็นสีเทาอ่อนอีกครั้ง ส่วนตรงกลางยังเปียกอยู่