Inner Quiet·Lunch Break
กระบอกช้อนบนโต๊ะริมผนัง

เที่ยงสิบนาที คิวหน้าร้านข้าวแกงในซอยหลังตึกยาวออกมาถึงฟุตบาท หม้อแกงสิบกว่าใบเรียงอยู่หลังตู้กระจก ฝาอะลูมิเนียมถูกยกขึ้นแล้ววางลงเป็นจังหวะ ไอจากหม้อต้มจืดลอยขึ้นไปหาแสงที่ลอดเข้ามาทางประตูเหล็กยืด พัดลมเพดานสามตัวหมุนเร็วไม่เท่ากัน โต๊ะสแตนเลสตัวยาวกลางร้านเต็มตั้งแต่ก่อนเที่ยง คนที่ยังคล้องสายบัตรพนักงานนั่งเบียดกันกินไปดูโทรศัพท์ไป เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องดังทับกันจนกลายเป็นเสียงเดียว
ด้านในสุดของร้าน ชิดผนังข้างตู้น้ำแข็ง มีโต๊ะเล็กสำหรับสองคนอยู่ตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีกระบอกสแตนเลสใส่ช้อนส้อม ขวดน้ำปลาพริก กระปุกพริกป่น และกล่องทิชชูที่ฝาปิดไม่สนิท ช้อนในกระบอกไม่ได้เป็นชุดเดียวกัน บางคันด้ามยาว บางคันด้ามสั้นและหนักกว่า มีอยู่สองคันที่ปลายด้ามเป็นลายดอกไม้นูนซึ่งสึกจนเกือบเรียบ แม่ค้าตักข้าวราดแกงเขียวหวานกับไข่พะโล้ใส่จานโดยไม่ต้องรอฟังว่าจะเอาอะไร แล้วยื่นจานข้ามตู้กระจกมาก่อนที่คนสั่งจะเปิดปาก แก้วน้ำแข็งตามมาวางข้างจาน น้ำแข็งสามก้อนกระทบแก้วดังกรุ๊งกริ๊ง แล้วจมหายไปในเสียงของทั้งร้าน
ที่โต๊ะริมผนังไม่มีใครต้องคุยด้วย บางวันมีคนแปลกหน้ามาขอนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ต่างคนต่างก้มหน้ากินจนหมดจาน แล้วลุกไปโดยไม่ต้องบอกลา ร้านเสียงดังทั้งร้าน แต่ตรงนี้ไม่มีคำถามไหนรอคำตอบ สิ่งเดียวที่ต้องตัดสินใจคือจะราดน้ำแกงเพิ่มอีกช้อนหรือไม่
มือหยิบช้อนหนึ่งคันกับส้อมหนึ่งคันออกจากกระบอก ดึงทิชชูจากกล่องที่ฝาปิดไม่สนิทมาเช็ดอีกรอบ ทั้งที่ช้อนเพิ่งล้างมายังอุ่นอยู่ในมือ แผ่นทิชชูบาง ๆ รับรอยน้ำที่ยังติดอยู่บนด้ามช้อน ก่อนจะถูกพับครึ่งแล้วสอดไว้ใต้ขอบจาน
ตอนร้านเปิดใหม่ ช้อนทุกคันในกระบอกเป็นลายดอกไม้เหมือนกันหมด ร้านซื้อมาเป็นโหลพร้อมจานกระเบื้องขอบเขียว ช้อนหายไปทีละคันกับกล่องข้าวที่ห่อกลับขึ้นตึก ร้านซื้อใหม่มาเติมจากตลาดเจ้าไหนก็ได้ที่ผ่าน วันนี้ลายดอกไม้เหลืออยู่ในกระบอกสองคัน ทุกครั้งที่นั่งโต๊ะนี้ มือมักไปเจอคันนั้นก่อน โดยไม่ได้ตั้งใจหา
เที่ยงสี่สิบ คิวหน้าร้านสั้นลงจนเหลือคนเดียว แม่ค้าเริ่มปิดฝาหม้อที่หมดแล้วทีละใบ เด็กในร้านเดินเก็บจานจากโต๊ะยาวซ้อนกันขึ้นเป็นตั้ง จานเปล่าบนโต๊ะริมผนังถูกเลื่อนไปชิดผนัง ช้อนลายดอกไม้วางคว่ำอยู่บนขอบจาน รอคนมาเก็บไปล้าง ก่อนจะกลับลงไปในกระบอกใบเดิม พัดลมตัวที่สามยังหมุนช้ากว่าตัวอื่นอยู่อย่างนั้น