Inner Quiet·Craft Workshop
ลายไม้ใต้สีเก่า

กระดาษทรายเบอร์หนึ่งร้อยยังฝืดมืออยู่ ทุกครั้งที่ลากไปตามหน้าโต๊ะ มันติดขัดตรงรอยสีที่หนากว่าส่วนอื่น แล้วค่อยไหลต่อเมื่อผ่านไปได้ ข้อมือต้องกดลงเท่า ๆ กันทั้งจังหวะดันออกและจังหวะดึงกลับ ไม่อย่างนั้นหน้าไม้จะเป็นแอ่ง ในโรงรถมีเสียงอยู่เสียงเดียว คือเสียงทรายครูดกับสีเก่าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฝุ่นสีขาวจับบาง ๆ อยู่บนหลังมือและขอบโต๊ะ ลอยอยู่ในอากาศครู่หนึ่งก่อนจะตกลงบนพื้นซีเมนต์
ใต้สีขาวมีสีเขียวอีกชั้น ใต้สีเขียวมีสีน้ำตาลเข้ม ใต้สีน้ำตาลจึงเป็นเนื้อไม้ ปลายนิ้วรู้ก่อนตาทุกครั้งว่าถึงชั้นไหนแล้ว สีขาวลื่น สีเขียวหนึบกว่า ส่วนเนื้อไม้หยาบขึ้นมาทันทีที่สีหมดไป ตรงมุมโต๊ะมีรอยบุ๋มเป็นวงเล็ก ๆ ที่ขัดเท่าไหร่ก็ไม่เรียบ เป็นรอยที่อยู่ในเนื้อไม้ ไม่ได้อยู่ในสี
สีสามชั้นแปลว่าโต๊ะตัวนี้ถูกทาใหม่มาแล้วสามครั้ง แต่ละครั้งมีคนตัดสินใจว่ามันควรเป็นสีอื่น แล้วก็ทาทับลงไปโดยไม่ได้ลอกของเก่าออก การขัดจึงเป็นการย้อนกลับไปทีละการตัดสินใจ ไม่ต้องคิดว่ากำลังทำอะไร มือนับจังหวะเองได้ ความคิดลอยไปที่อื่นแล้วก็กลับมาเมื่อทรายเริ่มลื่นจนต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่
บางทีเราเองก็เคยทำงานแบบนี้ งานที่มือทำไปก่อนแล้วใจค่อยตามมาทีหลัง ล้างจานกองใหญ่ ปอกกระเทียมทีละกลีบ กวาดใบไม้ทีละกอง งานที่ไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหม่ แค่ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่มันเสร็จของมันเอง
สีเขียวชั้นกลางน่าจะทาตอนที่โต๊ะยังอยู่ในครัวของบ้านหลังก่อน สีขาวชั้นบนสุดทาตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ เนื้อไม้ข้างใต้ไม่ได้ถูกเห็นมานานกว่าสามสิบปี หลังจากเบอร์หนึ่งร้อยยังต้องต่อด้วยเบอร์สองร้อยสี่สิบ แล้วค่อยเบอร์สี่ร้อย แต่ละเบอร์ต้องลากไปตามลายไม้ในทิศเดิมอีกหลายร้อยครั้ง
กระดาษทรายแผ่นนี้ลื่นจนแทบไม่กินสีแล้ว วางมันลงข้างกล่องเครื่องมือ แล้วเป่าฝุ่นออกจากหน้าโต๊ะ ตรงกลางมีเนื้อไม้โผล่ขึ้นมาเป็นแถบยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ สีอ่อนกว่าที่คิดไว้ ยังเหลืออีกเกือบทั้งโต๊ะที่เป็นสีขาว มือหยิบแผ่นใหม่ขึ้นมาพับครึ่ง