In-Between·Road Trip
จุดพักรถครึ่งทาง

ถนนสองเลนผ่านไร่อ้อยมาเกือบชั่วโมงก่อนจะเจอปั๊มนี้ สิบโมงเช้า แดดเริ่มแรงจนพื้นถนนข้างหน้าเป็นประกาย ลมร้อนพัดฝุ่นแดงขึ้นมาจากไหล่ทาง รถบรรทุกอ้อยคันหนึ่งวิ่งสวนไป เสียงลมที่มันลากตามหลังดังอยู่อีกพักหนึ่งหลังจากตัวรถหายไปแล้ว ใต้หลังคาปั๊มเงาเย็นกว่าข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นน้ำมันปนกับควันไก่ย่างจากเพิงเล็กริมลานจอด
หน้าห้องน้ำมีรถเก๋งจอดอยู่สี่ห้าคัน ประตูหลังบางคันเปิดค้างไว้ บนเบาะหลังมีหมอนรองคอ ถุงขนมที่พับปากไว้ และกระเป๋าเดินทางที่วางไม่พอดีช่อง คนที่ลงจากรถมักยืดหลัง เอามือเท้าเอว บิดตัวไปทางซ้ายทีขวาที แล้วหันไปมองถนนเส้นที่เพิ่งขับมา ในร้านสะดวกซื้อของปั๊ม ตู้แช่ชั้นล่างสุดเหลือน้ำเปล่าอยู่สามขวด ขวดที่หยิบออกมาเย็นจนผิวพลาสติกเป็นฝ้าทันทีที่โดนอากาศข้างนอก
ไม่มีใครตั้งใจมาที่นี่ ชื่อปั๊มไม่มีใครจำได้ แต่คนที่ขับเส้นนี้เกือบทุกคนเคยหยุดตรงนี้ สิบห้านาทีในลานจอดไม่ได้อยู่ในแผนของใคร และก็ไม่มีใครเล่าถึงมันตอนไปถึง ที่ถังขยะหน้าร้านมีแก้วกาแฟจากร้านในเมืองอื่นทิ้งอยู่สามสี่ใบ น้ำแข็งที่ละลายแล้วยังค้างอยู่ก้นแก้ว
มีคนหนึ่งยืนกินกล้วยทอดจากถุงกระดาษอยู่ข้างรถ มองไปทางไร่อ้อยฝั่งตรงข้ามถนนโดยไม่ได้ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่าย อีกคนนั่งอยู่บนขอบกระถางปูนหน้าร้าน ถือแก้วกาแฟเย็นไว้สองมือ รอให้คนในห้องน้ำออกมา พอประตูห้องน้ำเปิด ก็ลุกขึ้นยื่นแก้วให้อีกคนถือต่อ แล้วเดินสวนเข้าไปแทน
หลายปีที่ขับเส้นนี้ ไม่เคยจดไว้ว่าหยุดที่ปั๊มไหน ก็ยังเลี้ยวเข้าปั๊มนี้ทุกครั้ง ไฟเลี้ยวถูกเปิดก่อนจะเห็นป้ายปั๊มเสียอีก ขาข้างที่เหยียบคันเร่งเริ่มตึงแถวหลักกิโลเดียวกัน บางปีทุ่งอ้อยสองข้างทางเพิ่งเผาตัด เหลือแต่ตอสีดำ เถ้าปลิวมาเกาะกระจกหน้าจนต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนตอนเลี้ยวเข้าปั๊ม บางปีอ้อยสูงจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากถนน
รถถอยออกจากช่องจอด เลี้ยวกลับขึ้นถนนสองเลน ขวดน้ำถูกวางลงในที่วางแก้วข้างเกียร์ ดื่มไปแล้วครึ่งขวด หยดน้ำเกาะรอบขวดไหลลงมารวมกันที่ก้น หลังคาปั๊มในกระจกมองหลังเล็กลงจนเหลือแค่จุดสีเหลือง บนแผงคอนโซลตรงที่วางขวดไว้ตอนจอด มีวงน้ำจาง ๆ อยู่หนึ่งวง ลมแอร์เป่าจนมันแห้งหายไปก่อนถึงหลักกิโลถัดไป