The Middle·Kitchen Hearth
ขีดเลขห้าในหม้อหุงข้าว

หกโมงเย็น พัดลมดูดควันเหนือเตาหมุนด้วยเสียงเดียวกันตลอด ไฟดวงเล็กใต้ตู้แขวนส่องลงบนเคาน์เตอร์เป็นแถบยาวแค่ตรงนั้น ส่วนที่เหลือของครัวยังเป็นแสงฟ้าจากหน้าต่างที่จางลงทีละน้อย หม้อต้มบนเตาเริ่มส่งเสียงฝาสั่นเบา ๆ กลิ่นใบมะกรูดลอยขึ้นมาจากหม้อ ปนกับกลิ่นกระเทียมเจียวที่ลอยมาจากครัวข้างบ้านทางช่องลม น้ำจากก๊อกไหลลงอ่างสแตนเลสเป็นเสียงบาง ๆ อยู่ข้างหลัง
หม้อในของหม้อหุงข้าววางอยู่ในอ่าง ข้าวสารสามถ้วยตวงนอนอยู่ที่ก้นหม้อ มือวนน้ำจนขุ่นแล้วรินทิ้ง สองรอบ สามรอบ จนน้ำใสขึ้น ผนังด้านในหม้อมีขีดบอกระดับน้ำเรียงจากหนึ่งถึงสิบ ขีดส่วนใหญ่ยังเป็นเส้นขาวคม ตัวเลขชัด แต่ขีดเลขห้าจางจนเหลือเป็นเงาเทา ขอบตัวเลขลอกหายไปครึ่งหนึ่ง ตรงนั้นคือที่ขอบทัพพีขูดผ่านทุกครั้งที่ตักข้าว และเป็นระดับที่น้ำหยุดอยู่มาหลายปี คืนนี้น้ำหยุดที่ขีดสาม ซึ่งยังขาวเหมือนวันที่ยกหม้อออกจากกล่อง
มือวางหม้อในลงในตัวเครื่อง ปิดฝา กดปุ่มหุง ไฟสีส้มติดขึ้นที่หน้าเครื่อง ขีดเลขห้าไม่ได้จางเพราะใครตั้งใจ มันจางไปเองจากเย็นแล้วเย็นเล่าที่ทัพพีผ่านจุดเดิม ไม่มีใครจดไว้ว่าเคยหุงเท่าไร ผนังหม้อจดไว้แทนแล้ว ข้าวน้อยลง น้ำก็น้อยลง หม้อจึงเดือดเร็วขึ้น ไอจากรูระบายบนฝาพุ่งขึ้นเร็วกว่าเดิม และหยุดเร็วกว่าเดิม เสียงคลิกตอนตัดเป็นอุ่นมาถึงก่อนน้ำแกงบนเตาจะได้ที่
ระหว่างรอ มือตักน้ำแกงขึ้นมาชิมจากทัพพี เติมน้ำปลาอีกครึ่งช้อน แล้วหรี่ไฟลงให้เหลือเปลวเล็ก ขีดสามไม่ได้แปลว่าพอดีเป๊ะ ข้าวสามถ้วยยังมากกว่าที่จะกินหมดในมื้อเดียว การหุงเผื่ออีกนิดยังติดมือมา อาจเพราะมือจำปริมาณได้ช้ากว่าที่คิด ข้าวที่เหลือจึงถูกเก็บไว้ในกล่องใบเล็ก รอจนถึงเช้า
หม้อใบนี้มาพร้อมทัพพีพลาสติกสีขาวที่ตอนนี้ขอบบางลงจนเกือบใส ปีแรกที่ใช้ ขีดเลขห้ายังขาวเท่าขีดอื่น ขีดเลขเจ็ดก็จางอยู่นิดหนึ่ง จากช่วงที่มีคนมาค้างกันเต็มบ้านอยู่หลายหน ครัวข้างบ้านเงียบเสียงกระทะไปแล้ว มีเสียงช้อนกระทบจานมาแทน ฝนเดือนนี้เริ่มตกตอนหัวค่ำ ลมเย็นเข้ามาทางช่องลม พาไอจากหม้อแกงออกไปครึ่งหนึ่ง
เสียงคลิกดังขึ้นอีกครั้ง ไฟบนตัวหม้อเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีเหลือง ฝายกขึ้น ไอขาวลอยขึ้นไปหาพัดลมดูดควันแล้วหายไปในเสียงเดิมของมัน ทัพพีกดลงไปพลิกข้าวจากก้นหม้อขึ้นมา ผ่านขีดเลขห้าที่จางอยู่ใต้ฝ้าไอน้ำ ข้าวส่วนหนึ่งตักลงจาน อีกส่วนตักลงกล่องใบเล็กที่ฝายังปิดไม่สนิท